การจัดการความรู้
อังคาร, 03 เมษายน 2012 14:09

การดูแลผู้ป่วยเราต้องดูแลโดยต้องดูแล  Hygiene  care ของผู้ป่วยเพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อในร่างกาย หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง กฟภ.6 ได้กำหนดให้มีการดูแล Hygiene  care โดยกำหนดให้สระผมผู้ป่วยทุกรายทุกวันพุธทุกวันพุธของสัปดาห์  ซึ่งจำเป็นต้องการดูแลผู้ป่วยที่ครอบคลุมและเหมาะสม ทำให้พบอุปสรรคในการสระผมแต่เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยมีค่อนข้างมาก  จึงจำเป็นต้องมีการทำที่รองสระผมเพื่อความสุขสบายของผู้ป่วยขณะสระผมและเอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานของพยาบาล

อังคาร, 03 เมษายน 2012 13:59

เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยขณะผู้ป่วยพลิกตะแคงตัว คือมีการจัดทำหมอนป้องกันการเกิดแผลกดทับและหมอนลูกโป่งที่ช่วยบรรเทาขณะเกิดแผลกดทับ ซึ่งหมอนสามเหลี่ยมยาวใบแรก จะช่วยในการพลิกตะแคงตัวโดยช่วยดันตัวผู้ป่วยไม่ให้พลิกกลับมานอนหงายเพื่อลดการกดทับและการเสียดสีระหว่างผิวหนังกับที่นอนนานๆและหมอนอีกใบช่วยในการบรรเทาผิวหนังบริเวณที่เกิดแผลแล้ว ไม่ให้ถูกกดทับเพิ่มมากขึ้นและช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณที่เกิดแผลกดทับได้ดีป้องกันการเกิดแผลกดทับเพิ่ม

อังคาร, 03 เมษายน 2012 13:46

นวัตกรรมทางการพยาบาลในการส่งเสริมการปรับตัวของเด็กป่วยวัยเรียนที่เริ่มรับรู้การเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

โดย อ.กนิษฐา  จอดนอก

 

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของนวัตกรรมการพยาบาลในการส่งเสริมการปรับตัวของเด็กป่วยที่เริ่มรับรู้การเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว  กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเด็กวัยเรียนอายุ  6 – 13  ปี  ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและเริ่มเข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยเคมีบำบัด  โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น  จังหวัดขอนแก่น  เลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด 20 คน  แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง  กลุ่มละ  10  คน  เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูลคือ อะนิเมชั่นเรื่อง “เมื่อหนูนิดนอนโรงพยาบาล”  คู่มือการปฏิบัติตัวและสาธิตอุปกรณ์ในการให้ยาเคมีบำบัด  เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล  ได้แก่  แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลและแบบประเมินพฤติกรรมการปรับตัว 23  ข้อ  โดยผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยประยุกต์จากทฤษฎีรอย  ซึ่งผ่านการตรวจความตรงของเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ  5  ท่าน  และหาค่าความเที่ยงได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาครอนบาคเท่ากับ  0.84  วิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการแจกแจงความถี่  ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และสถิติที  ผลการวิจัย  พบว่า  (1)  ภายหลังการทดลอง  คะแนนการปรับตัวของผู้ป่วยเด็กกลุ่มทดลองมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.01  (2)  ภายหลังการทดลอง  คะแนนการปรับตัวของผู้ป่วยเด็กกลุ่มทดลอง  หลังการทดลองมากกว่าก่อนการทดลอง  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.01

ผลการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมการพยาบาลในการส่งเสริมการปรับตัวของเด็กป่วยที่เริ่มรับรู้เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อส่งเสริมการปรับตัวของเด็กป่วยที่เริ่มรับรู้เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว  เด็กป่วยให้ความร่วมมือในการรักษามากขึ้น

 

Copyright © 2013 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล.
84 หมู่ 4 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000
Powered by Vongchavalitkul University

สำหรับผู้ดูแลระบบ